สล็อตออนไลน์ ค้างคาวไฟติดปีกซิวอดีตหอกทีมชาติมอนเตเนโกร U21 ร่วมทัพ

สล็อตออนไลน์

สุโขทัย เริ่มขยับอย่างต่อเนื่องหลังตลาดซื้อขายนักเตะเปิดอย่างเป็นทางการ ล่าสุดบรรลุข้อตกลงคว้าตัว หัวหอกจากทีมแชมป์ลีกมอนเตเนโกรมาร่วมทีม

สล็อตออนไลน์ สุโขทัย เอฟซี ทีมในศึกโตโยต้า ไทยลีก จัดการคว้าตัว อัดมิร อโดรวิช จาก เอฟเอ มลาดอส์ต แชมป์ลีก มอนเตเนโกร ปีล่าสุดมาร่วมทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับอโดรวิช ปัจจุบันอายุ 28 ปี และมีส่วนสูงถึง 188 เซนติเมตร โดยเจ้าตัวมีประสบการณ์มากมายทั้งในประเทศบ้านเกิด รวมถึงในทวีปเอเชีย กับ อัล มูฮาร์รัก เอสซี ในบาห์เรน และ เอชเค เปกาซัส ในประเทศฮ่องกง และฤดูกาลล่าสุดก็ซัดไป 6 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 6 นัด ช่วยให้ มลาดอสต์ คว้าแชมป์ลีกในประเทศบ้านเกิด

สำหรับสุโขทัย ก่อนหน้านี้ก็คว้าตัวนักเตะมาร่วมทีมแล้วถึง 8 รายประกอบไปด้วย ก้องนธีชัย บุญมา, วัชรพล ช่างกลึงเหมาะ, อันทอน เซมลิเอนุกกิน, ณัฐวุฒิ คำรินทร์, ชมพู แสงโพธ์, สุชิน เย็นอารมณ์, อาทิตย์ วิเศษศิลป์ และ พิชิตย์ ใจบุญ

โดยฤดูกาลหน้านอกจากการสู้ศึกในประเทศแล้ว ค้างคาวไฟอย่างได้สิทธิ์ไปทำการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ รอบ 2 ด้วย

สล็อตออนไลน์ 6นัดรวด!ราชบุรีเปิดมิตรผลอัดกูปรี4-0ยึดท็อปไฟว์

สล็อตออนไลน์

ราชันมังกรยังโชว์ความดุดันในบ้านล่าสุดถล่มกูปรีอันตรายแบบสบายๆ ซิวชัย 6 นัดติดต่อกันบนรังเหย้าใหม่อย่าง มิตรผล สเตเดี้ยม ทะยานรั้งที่ 5 ตามเดิม

สล็อตออนไลน์ ศึกโตโยต้า ไทยลีก ที่มิตรผล สเตเดี้ยม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี อันดับ 6 ของตาราง เปิดบ้านดวลกับ ศรีสะเกษ เอฟซี อันดับ 11 ของตารางซึ่งฟอร์ม 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการไม่ชนะใคร

เจ้าถิ่นราชบุรีหมดสิทธิ์ใช้งาน 3 แนวรุกฝั่งซ้ายอย่าง ทาคุยะ มุรายามะ , ศิวรุต ผลหิรัญ และ รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก ที่บาดเจ็บทำให้ส่ง ใหญ่ นิลวงศ์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงพร้อมแกนหลักย่าง ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา , ยานนิค ยาโล่ และ มาร์วิน โอกูยินมี่

ส่วนทีมเยือนไม่มีทั้งกุนซืออย่าง โบซิดาร์ บันโดวิช คุมทัพนื่องจากถูกพักงาน 2 นัดรวมถึง ภูวดล สุวรรณชาติ ที่เพิ่งแยกทางกับทีมแต่ยังนำมาโดย แอนทอน เซมลิเอนุกกิน และ การ์ฟา ดูโรซินมี่ เป็นตัวชูโรง

เริ่มเกมขึ้นมาเป็นราชบุรีครองบอลบุกเข้าใส่ นาทีที่ 5 ชุติพนธ์ ทองแท้ หาจังหวะกดด้วยซ้ายหน้าเขตโทษข้ามคานออกไป

ยังเป็นราชบุรี ที่ทำเกมได้เหนือกว่า นาทีที่ 16 ได้ลุ้นอีกครั้ง ยานนิค ยาโล่ ปาดบอลจากขวาเข้าเขตโทษ มาร์วิน โอกูยินมี่ ได้ซัดด้วยขวาทว่าโดนไม่ดีแนวรับทีมเยือนเคลียร์ไว้ได้

นาทีที่ 21 ทีมเยือนกูปรีเกือบได้ประตูขึ้นนำจากเกมโต้กลับ ยุทธนา เรืองสุขสุด หลุดขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนเปิดเข้ากลาง คาร์ลอส สกัดไม่ดี แอนทอน เซมลิเอนุกกิน วอลเลย์ด้วยซ้ายแบบไม่จับ อุกฤษณ์ วงษ์มีมา ต้องพุ่งเซฟปัดออกหลัง

นาทีที่ 25 กูปรีหวิดขึ้นนำอีกครั้ง แอนทอน เซมลิเอนุกกิน ปั่นฟรีคิกด้วยซ้ายหน้าเขตโทษบอลกำลังจะพุ่งเสียบสามเหลี่ยมอยู่แล้ว ทว่า อุกฤษณ์ วงษ์มีมา ยังยอดเยี่ยมปัดทิ้งไปได้

ก่อนที่นาทีที่ 39 เจ้าถิ่นราชบุรี ที่พยายามบุกอย่างหนักได้ประตูขึ้นนำสำเร็จ 1-0 ใหญ่ นิลวงศ์ เปิดจากซ้ายเข้ากลาง ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา โขกผ่านมือ วีระ เกิดพุดซา เข้าไปไม่เหลือซาก และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับสู่ครึ่งหลังสถานการณ์ทีมเยือนลำบากขึ้นไปอีกเมื่อนาทีที่ 54 ราชบุรี ทิ้งห่างเป็น 2-0 นพพล ผลอุดม เปิดฟรีคิกเข้าเขตโทษไม่โดนใครแต่กลายเป็นดีบอลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

นาทีที่ 61 กูปรีเกือบได้ประตูไล่ขึ้นมาเช่นกัน แอนทอน เซมลิเอนุกกิน ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากขึ้นหน้า ก่อนปั่นด้วยขวาทำเอา อุกฤษณ์ วงษ์มีมา ต้องปัดทิ้งออกหลัง

อย่างไรก็ตามนาทีที่ 65 ราชบุรี ก็นำห่างเพิ่มเป็น 3-0 หลังได้จุดโทษจากจังหวะที่ ยานนิค ยาโล่ ถูกทำฟาลว์และเป็นเจ้าตัวลุกขึ้นมาสังหารเข้าไปอย่างเฉียบขาด

นาทีที่ 90 ราชบุรีมาบวกลูกสี่เพิ่มได้อีก จากการยิงของดาวรุ่งอย่าง กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มจบเกม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เปิดบ้านถล่ม ศรีสะเกษ เอฟซี 4-0 เก็บชัยชนะบนรังเหย้าใหม่อย่าง มิตรผล สเตเดี้ยม 6 นัดติดต่อกัน

11 ผู้เล่นตัวจริง

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี : อุกฤษณ์ วงษ์มีมา (GK) – ศิลา ศรีกำปัง , คาร์ลอส เด เจซุส , อภิวัฒน์ งั่วลำหิน (ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ น.80) , เอกลักษณ์ ทองกริต – นพพล ผลอุดม , ชุติพนธ์ ทองแท้ – ใหญ่ นิลวงศ์ , ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา (กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ น.71) , ยานนิค ยาโล่ (เกอร์มัน ปาเชโก้ น.81) – มาร์วิน โอกูยินมี่

ศรีสะเกษ เอฟซี : วีระ เกิดพุดซา (GK) – จักรพงษ์ สมบูรณ์ , วิคเตอร์ อมาโร่ , เอกพันธ์ จันดากรณ์ , ธีรชัย งามเจริญ – ศิวะพงษ์ เจริญศิลป์ , คมสันต์ เมินดี , สมศักดิ์ วงษ์ใหญ่ , แอนทอน เซมลิเอนุกกิน – การ์ฟา ดูโรซินมี่ , ยุทธนา เรืองสุขสุด (ทัตพงศ์ หล้าธรรม น.73)

ใบเหลือง : จักรพงษ์ สมบูรณ์ (น.85)

รายชื่อผู้ตัดสิน : อลงกรณ์ ฝีมือช่าง , ณฐกร ฉิมพาลี (ผช.1) , ทัศนัย สโรบล (ผช.2) และ นิติภูมิ กุลบุตร (ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 4)